ซึ่งจริงๆแล้ว การที่จะทำให้เจ้า robot ที่ว่านี้ สามารถอ่านเนื้อหาอย่างคร่าวๆ ของหน้าเว็บได้นั้น จำเป็นที่จะต้องใส่ในส่วนของ
<meta name="Keywords" content="...">
keyword มีความสำคัญอย่างไร??
อันดับแรก ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บอกให้ robot ต่างนำ keyword เหล่านี้มาเปรียบเทียบ ก่อนที่จะจับ url ของเว็บไซต์เราลงไปในฐานข้อมูล เพื่อที่จะให้ง่าย และรวดเร็วในการค้นหาของผู้ใช้งาน
เช่น เราใส่คีย์เวิร์ดว่า "seo" เหล่าโรบอทหรือสไปเดอร์ ที่มาอ่านเจอคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ก็จะนำ url ลงไปยังฐานข้อมูล ในกลุ่มของ keyword ว่า "seo" เมื่อผู้ใช้งานค้นหาคำว่า seo ผลที่ได้ ก็จะมี url ของเราแสดงมาทันที หากผู้ใช้ ค้นหาคำอื่นๆ search engine ทั้งหลายก็จะไปเลือกค้นคำอื่นๆ มาแสดงแทน
อย่างนี้เราใส่ keyword เยอะ ก็ดีสิ???
คงไม่ใช่แน่ๆ หากคิดแบบนั้น เพราะเหล่าโปรแกรมเมอร์ที่เขียนเจ้า robot ขึ้นมานั้น ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ยังไงซะ ก็จะต้องมีผู้ที่คิดที่จะทำการใส่คีย์เวิร์ดจำนวนมาก หรือ เรียกว่า การ Spam keyword เข้ามา ทางผู้เขียนจึงใส่ให้ robot พอที่จะแยกแยะได้ว่า สิ่งที่เราทำนั่นเป็นการสแปมคีย์เวิร์ดหรือไม่
ส่วนหนึ่งของการเช็ค นั่นคือ เจ้า meta tag อีกตัวหนึ่ง ที่ชื่อว่า Description นั่นเอง
<meta name="Description" content="...">
จะเป็นส่วนที่ให้เราสามารถใส่รายละเอียดคร่าว ของเว็บไซต์ หรือหน้าเว็บไซต์ที่เราจัดทำขึ้นมานั่นเอง
โดย robot จะนำค่าที่ได้จาก keyword มาเปรียบเทียบกับใน Description ว่ามีส่วนที่ตรงกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือไม่
แปลงค่าที่ได้ออกมาเป็นข้อมูลให้เก็บเข้าสู่ฐานข้อมูล ซึ่งข้อมูลจะถูกตีค่าเป็นตัวเลขมากหรือน้อย (อาจจะมีการเก็บเป็นรหัสก็เป็นไปได้ เนื่องจากเหล่าผุ้ผลิต robot จะเก็บข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับที่สุด)
ดังนั้น เมื่อมีผู้ใช้ search ใช้คีย์เวิร์ดคำว่า "seo" เหมือนเดิม การเรียงลำดับในการแสดงขึ้นมาก่อนหลังนั้น จะอาศัยจากค่าเหล่านี้นั่นเองว่า url ใด ที่มีค่ามากที่สุด
<META NAME="KeyWords" CONTENT="เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง เพลง หางาน เนื้อเพลง เกม กลอน สารบัญเว็บไทย Chat เว็บบอร์ด หาเพื่อน ไดอารี่ ดูดวง ฟุตบอล รถยนต์ ดูหนัง ละครดารา เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ฟรี sms ท่องเที่ยว นักศึกษา Chat ตกแต่งมือถือ ส่งอีการ์ด ฟรี อีเมล์ ดาวน์โหลด หางาน Job sex เซ็กส์">
<META NAME="Description" CONTENT="เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง เพลง หางาน เนื้อเพลง เกม กลอน สารบัญเว็บไทย Chat เว็บบอร์ด หาเพื่อน ไดอารี่ ดูดวง ฟุตบอล รถยนต์ ดูหนัง ละครดารา เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ฟรี sms ท่องเที่ยว นักศึกษา Chat ตกแต่งมือถือ ส่งอีการ์ด ฟรี อีเมล์ ดาวน์โหลด หางาน Job sex เซ็กส์">
จากตัวอย่างด้านบน เป็นการใส่ค่าคีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งอันดับต้นของไทย ที่ใส่ meta tag ทั้งสองตัวเหมือนกัน ซึ่งน่าจะคาดหวังว่า จะได้รับอันดับดีๆ
แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะว่า robot มิได้อ่านจบเพียงแค่ใน meta tag แล้วจบ เก็บข้อมูลเสียเมื่อไหร่
robot สร้างมาเพื่อให้ฉลาดพอที่จะเข้าไปอ่านเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ในหน้านั้นๆ ต่อจนจบ
จากนั้นจึงจะนำเอาคำที่ได้จาก keyword,description และ content มาตรวจสอบว่า มีคำที่ตรงกันมากน้อยเพียงใด แล้วจึงค่อยประเมินค่ามากน้อยออกมา
สาเหตุที่เหล่า robot จะต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อให้ได้หน้าเว็บหรือ url ที่มีเนื้อหา มีข้อมูลตรงกับที่ผู้ใช้งาน search engine ต้องการมากที่สุด เพราะว่า หากเมื่อใดที่ผู้ใช้งาน ค้นหาและเจอกับข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่ต้องการเลย ย่อมทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจ หันไปหา search engine อื่นทันที
ถ้าอย่างนั้น เราก็เอา คีย์เวิร์ดไปแปะในหน้าเว็บไซต์เลยก็ได้ใช่ไหม??
คำตอบคือ ไม่ใช่
การที่เราจะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ใส่ลงไปในหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ robot อ่านเจอนั้น จะต้องไม่ใช่การที่จะนำลงไปแปะอย่างจงใจเกินไป เช่นก้อปปี้ลงไปทั้งอันนั้น เป็นการกระทำที่ผิดวิธี เพราะ
1. robot ฉลาดพอที่จะเช็ค string ทั้งหมดว่า เหมือนกับการจงใจใส่ลงไปหรือไม่ (สแปมคีย์เวิร์ด) โดยดูจากการกระจายของคำในหน้าเว็บไซต์ ประกอบกันไป
2. แม้ว่า robot อาจจะให้ค่ามากๆ แต่ในที่สุด ผู้ใช้งานอื่นๆ อาจจะแจ้งไปยัง search engine ว่า เราทำการ spam keyword และจะทำให้เราถูกขึ้นบัญชีดำ ตัด url ออกจากสารบบ ก็เป็นได้ ดังนั้น ถามตัวเองก่อนว่า คุ้มกันหรือไม่??
จุดน่าสังเกตกับวิธีการใส่ keyword เหล่านี้คือ
1. ประโยคในภาษาไทยนั้นจะเป็นประโยคยาวๆต่อกัน ดังนั้น การเว้นวรรค ในช่วงคำสำคัญ หรือคำที่เราต้องการจะให้เป็นคีย์เวิร์ดนั้น จะช่วยให้ search อ่านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งคำในภาษาไทยยังมีตัวสระ วรรณยุกต์ ที่อยู่ทั้งด้านล่างและด้านบนตัวอักษร ทำให้ robot อ่านและตีความหมายได้ไม่ดีเท่าภาษาอังกฤษ
2. การนำเอาคีย์เวิร์ด มาใช้ในหน้าเว็บนั้น เราจะเป็นที่จะต้องมองด้วยว่า คีย์เวิร์ด และเนื้อหานั้น เป็นไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ เป็นอันเดียวกันหรือไม่ (แนะนำว่า ควรเป็นไปในแนวเดียวกันหรือเรื่องเดียวกัน)
3. เมื่อผ่านทั้ง 2 ข้อผ่านมาแล้ว เข้าสู่ขั้นสุดท้ายในการใส่คีย์เวิร์ดเหล่านั้นลงไป โดยให้คีย์เวิร์ดกระจายตัวกันอยู่ในส่วนเนื้อหาให้มากที่สุด อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10-20 คำลงไป เว้นวรรคแยกคีย์เวิร์ดเหล่านั้นออกมาสัก 1 เคาะ
4. เช็คเหล่าคีย์เวิร์ดที่มีในหน้าเว็บ ด้วยการทำไฮไลต์ คำสำคัญเหล่านั้น (อาจจะใช้ google toolbar ช่วย)
แล้วตรวจดูการกระจายของคำสำคัญ เหล่านั้นในหน้าเว็บไซต์ หากเห็นว่า ยังติดกันเกินไป ก็ลองปรับ กระจายคำสำคัญให้มากขึ้นอีกนิดหน่อย ก็จะพอช่วยให้ ได้คะแนนดีขึ้นไม่มากก็น้อยทีเดียว
***หมายเหตุ
จริงๆ แล้วนั้น ยังมีในส่วนของ tag title ในหน้าเว็บไซต์อีกด้วย
ที่ควรจะมีคำสำคัญเกาะกลุ่มอยู่ด้วย จะส่งผลให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
TAG: seo meta tag robots spider keyword description spam keyword สแปม คีย์เวิร์ด, คำสำคัญ, search+engine, search engine optimization, content, เนื้อหา, title tag
WEB: http://www.mthai.com/ www.mthai.com/technology
No comments:
Post a Comment