Friday, December 30, 2005

OK,Let’s go for Technorati tag.

หลังจากที่มั่ว ภาษาอังกฤษมานาน ก็มาภาษาไทยได้ซะที
เมื่อสาม สี่วันก่อนได้ ทดสอบระบบ ที่คิดว่าจะทำสคริปต์บล็อกเองทั้งหมด แต่ดูๆ แล้วไม่ไหวแน่ เพราะเนื่องจาก รายการสคริปต์ต่างๆ นั้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Web content, RSS Feed, Backoffice , Comment ต่างๆ ซึ่งคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นระบบพื้นฐานที่ควรจะมี
ยังไม่รวมถึง design ต่างๆ ที่แม้ว่าจะลงตัวแล้ว ก็ยังดูวุ่นวายอยู่ดี

จนกระทั่ง ได้ทดลองสคริปต์ของ Wordpress อ่า มันยอดมาก มีครบทุกอย่างที่ต้องการรวมทั้งมี ปลั๊กอิน ต่างๆ และ theme ให้เล่น ยิ่งหากมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมแล้ว น่าจะเข้าใจปรับแต่งได้ไม่ยาก

อารัมภบทมานาน ยังไม่เห็นเกี่ยวกับ หัวข้อเลย จริงๆแล้วเจ้า Technorati นี่ได้พูดมาบ้างแล้วว่ามันเป็น Search engine สำหรับ บล็อก ที่ดีกว่า กูเกิ้ล ทีเดียว เพียงแค่เราใส่เจ้า Technorati tag เท่านั้นเวลามีคนค้นหา แท็กที่เราใส่ไป ก็จะเจอบล็อกเราทันที
ซึ่งจุดนี้ ยอมรับว่า ไวมากๆ เพราะเท่าที่สัมผัสนั้น ผม อัพบล็อก เช้า(เช้าของผมแต่สายของคนอื่นๆ 55+)ปรากฏว่า 4ทุ่มกว่าๆ มีลิ้งของ ผมอันใหม่ ที่เพิ่งจะเขียนไป ขึ้นไปอยู่แล้ว

ในขณะที่ google ยังไม่มี ลิ้งค์ หรือ แคช ของบล็อกนี้เลยแม้แต่น้อยนี่ล่ะครับ ข้อดีของการใส่ Tachnorati Tag ที่หลายๆคนยังไม่เห็น

Tags: , , , , Wordpress , , , , , , , , , ,

Thursday, December 29, 2005

SEO project ::Website always update.

การทำ SEO นั้น หลังจากที่เราได้ทำการยัดเจ้า keyword ต่างๆ ลงในเว็บไซต์แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Meta tag หรือว่า ในส่วนของเนื้อหาภายในหน้าเว็บแล้วนั้น
ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้ robots ของ search engine ต่างๆ เข้ามาเป็นประจำ

สาเหตุที่น่าจะอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้ เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น webportal,web directory,web communities หรือแม้แต่เว็บบล็อก (Webblog) ที่มาแรงอย่างมากในขณะนี้ มีผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แต่ในขณะเดียวกัน เว็บที่เกิดขึ้นมาแล้วตาย หรือปิดตัวลงนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน Search Engine ยังไง ก็ยังเป็น search ที่ดีต่อไป ดังนั้นมันจะมีค่าอะไรที่ การค้นหานั้นเจอข้อมูลที่ไม่มีการ update เลย???

นั่นเอง ทำให้เราที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ หมั่น update content ต่างๆ อยู่เป็นประจำไม่ขาดตกบกพร่อง
ยิ่งอัพได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี อย่างน้อย ก็ควรจะมีการ update content ทุกวัน

ในขณะที่เว็บที่มี Webboard ต่างๆ นั้นมีการอัพเดทอยู่เป็นประจำอยู่สม่ำเสมออยู่แล้วนั้น ก็ดีใช่หรือไม่
คำตอบ ก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว เนื่องจาก webboard นั้น มักจะมิใช่หน้าที่เป็น static ทำให้ Search ต่างๆ มักจะไม่ค่อยสนใจมากเท่าไหร่นัก ส่วนสาเหตุน่าจะมาจาก ความยาก ในการที่จะเขียน Robots ให้อ่านเนื้อหาที่มี

ดังนั้นคงต้องสรุปเอาดื้อว่า เว็บที่มีหน้าเว็บเป็นแบบ Static จะมีโอกาสได้รับ Page rank มากกว่า


(ปล.เหนื่อยๆ มึนๆ งงๆ เลยอัพเนื้อหางงๆ นะเนี่ย)

TAG: , , , , , ,
WEB: http://www.mthai.com/ www.mthai.com/technology

Why You Need SEO

Hard as it may be to believe, there are site owners who are not convinced that they need to use search engine optimization. If you know someone who needs their eyes opened a bit, this article just might help.Most of the professionals reading this article will need very little convincing that search engine optimization is a necessary part of any website trying to make money or attract attention online. But there�s a good chance that you work for, or with, people who either haven�t heard of SEO, or don�t understand why they need to optimize their website. Maybe they�ve invested money in all of the more conventional advertising methods, and even placed banner ads or other paid ads online. Why do they need to spend more time and money to achieve a high ranking in the search engines?

You might start by asking them where they think the traffic for their website is coming from. Despite what they might think, the majority of web traffic is driven by the major commercial search engines: Yahoo!, MSN, Google, and AskJeeves. (As of this writing, AOL�s search engine uses Google for its search results). According to various studies, most people prefer to click on organic search results rather than sponsored results, by a very wide margin.

This doesn�t mean that ads placed with search engine programs (like Google�s AdSense) are worthless, but it does mean that they shouldn�t be the be-all and end-all of a company�s website marketing campaign. Search engine users tend to trust organic results more than paid ads, which means that they�re more likely to click on them � and more likely to convert. There is a catch, though: they have to see you in the results to click on you. A good position in the search engines can�t be bought in the same way as a banner ad or a sponsored listing.

Studies have shown that most search engine users don�t click past the first three pages of search results; many don�t even click past the first page if they find what they�re looking for. Your own experience using search engines probably confirms this. What does this mean? It doesn�t matter how many search engines spider your site; if it isn�t listed in the first three pages, it might as well be invisible. Indeed, getting on the first page, among the top three results, is even better.

Here is a thought that should really give them something to chew on. They might not be doing SEO for their website, but it�s an even bet that their competitors are. In that case, their rivals are getting all that lovely website traffic that they should be getting for themselves. That should make them sit up and take notice if nothing else will.

source from: http://www.seochat.com

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #2

สำหรับ meta tag นั้น ยังคงมีความสำคัญต่อ robot ทั้งหลายที่จะวนเวียนเข้ามาวนเวียนอยู่ในเว็บเรา
ซึ่งจริงๆแล้ว การที่จะทำให้เจ้า robot ที่ว่านี้ สามารถอ่านเนื้อหาอย่างคร่าวๆ ของหน้าเว็บได้นั้น จำเป็นที่จะต้องใส่ในส่วนของ

<meta name="Keywords" content="...">

keyword มีความสำคัญอย่างไร??
อันดับแรก ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บอกให้ robot ต่างนำ keyword เหล่านี้มาเปรียบเทียบ ก่อนที่จะจับ url ของเว็บไซต์เราลงไปในฐานข้อมูล เพื่อที่จะให้ง่าย และรวดเร็วในการค้นหาของผู้ใช้งาน
เช่น เราใส่คีย์เวิร์ดว่า "seo" เหล่าโรบอทหรือสไปเดอร์ ที่มาอ่านเจอคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ก็จะนำ url ลงไปยังฐานข้อมูล ในกลุ่มของ keyword ว่า "seo" เมื่อผู้ใช้งานค้นหาคำว่า seo ผลที่ได้ ก็จะมี url ของเราแสดงมาทันที หากผู้ใช้ ค้นหาคำอื่นๆ search engine ทั้งหลายก็จะไปเลือกค้นคำอื่นๆ มาแสดงแทน

อย่างนี้เราใส่ keyword เยอะ ก็ดีสิ???
คงไม่ใช่แน่ๆ หากคิดแบบนั้น เพราะเหล่าโปรแกรมเมอร์ที่เขียนเจ้า robot ขึ้นมานั้น ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ยังไงซะ ก็จะต้องมีผู้ที่คิดที่จะทำการใส่คีย์เวิร์ดจำนวนมาก หรือ เรียกว่า การ Spam keyword เข้ามา ทางผู้เขียนจึงใส่ให้ robot พอที่จะแยกแยะได้ว่า สิ่งที่เราทำนั่นเป็นการสแปมคีย์เวิร์ดหรือไม่

ส่วนหนึ่งของการเช็ค นั่นคือ เจ้า meta tag อีกตัวหนึ่ง ที่ชื่อว่า Description นั่นเอง

<meta name="Description" content="...">

จะเป็นส่วนที่ให้เราสามารถใส่รายละเอียดคร่าว ของเว็บไซต์ หรือหน้าเว็บไซต์ที่เราจัดทำขึ้นมานั่นเอง
โดย robot จะนำค่าที่ได้จาก keyword มาเปรียบเทียบกับใน Description ว่ามีส่วนที่ตรงกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือไม่

แปลงค่าที่ได้ออกมาเป็นข้อมูลให้เก็บเข้าสู่ฐานข้อมูล ซึ่งข้อมูลจะถูกตีค่าเป็นตัวเลขมากหรือน้อย (อาจจะมีการเก็บเป็นรหัสก็เป็นไปได้ เนื่องจากเหล่าผุ้ผลิต robot จะเก็บข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับที่สุด)

ดังนั้น เมื่อมีผู้ใช้ search ใช้คีย์เวิร์ดคำว่า "seo" เหมือนเดิม การเรียงลำดับในการแสดงขึ้นมาก่อนหลังนั้น จะอาศัยจากค่าเหล่านี้นั่นเองว่า url ใด ที่มีค่ามากที่สุด


<META NAME="KeyWords" CONTENT="เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง เพลง หางาน เนื้อเพลง เกม กลอน สารบัญเว็บไทย Chat เว็บบอร์ด หาเพื่อน ไดอารี่ ดูดวง ฟุตบอล รถยนต์ ดูหนัง ละครดารา เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ฟรี sms ท่องเที่ยว นักศึกษา Chat ตกแต่งมือถือ ส่งอีการ์ด ฟรี อีเมล์ ดาวน์โหลด หางาน Job sex เซ็กส์">
<META NAME="Description" CONTENT="เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง เพลง หางาน เนื้อเพลง เกม กลอน สารบัญเว็บไทย Chat เว็บบอร์ด หาเพื่อน ไดอารี่ ดูดวง ฟุตบอล รถยนต์ ดูหนัง ละครดารา เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ฟรี sms ท่องเที่ยว นักศึกษา Chat ตกแต่งมือถือ ส่งอีการ์ด ฟรี อีเมล์ ดาวน์โหลด หางาน Job sex เซ็กส์">

จากตัวอย่างด้านบน เป็นการใส่ค่าคีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งอันดับต้นของไทย ที่ใส่ meta tag ทั้งสองตัวเหมือนกัน ซึ่งน่าจะคาดหวังว่า จะได้รับอันดับดีๆ

แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะว่า robot มิได้อ่านจบเพียงแค่ใน meta tag แล้วจบ เก็บข้อมูลเสียเมื่อไหร่
robot สร้างมาเพื่อให้ฉลาดพอที่จะเข้าไปอ่านเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ในหน้านั้นๆ ต่อจนจบ

จากนั้นจึงจะนำเอาคำที่ได้จาก keyword,description และ content มาตรวจสอบว่า มีคำที่ตรงกันมากน้อยเพียงใด แล้วจึงค่อยประเมินค่ามากน้อยออกมา

สาเหตุที่เหล่า robot จะต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อให้ได้หน้าเว็บหรือ url ที่มีเนื้อหา มีข้อมูลตรงกับที่ผู้ใช้งาน search engine ต้องการมากที่สุด เพราะว่า หากเมื่อใดที่ผู้ใช้งาน ค้นหาและเจอกับข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่ต้องการเลย ย่อมทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจ หันไปหา search engine อื่นทันที

ถ้าอย่างนั้น เราก็เอา คีย์เวิร์ดไปแปะในหน้าเว็บไซต์เลยก็ได้ใช่ไหม??
คำตอบคือ ไม่ใช่

การที่เราจะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ใส่ลงไปในหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ robot อ่านเจอนั้น จะต้องไม่ใช่การที่จะนำลงไปแปะอย่างจงใจเกินไป เช่นก้อปปี้ลงไปทั้งอันนั้น เป็นการกระทำที่ผิดวิธี เพราะ
1. robot ฉลาดพอที่จะเช็ค string ทั้งหมดว่า เหมือนกับการจงใจใส่ลงไปหรือไม่ (สแปมคีย์เวิร์ด) โดยดูจากการกระจายของคำในหน้าเว็บไซต์ ประกอบกันไป
2. แม้ว่า robot อาจจะให้ค่ามากๆ แต่ในที่สุด ผู้ใช้งานอื่นๆ อาจจะแจ้งไปยัง search engine ว่า เราทำการ spam keyword และจะทำให้เราถูกขึ้นบัญชีดำ ตัด url ออกจากสารบบ ก็เป็นได้ ดังนั้น ถามตัวเองก่อนว่า คุ้มกันหรือไม่??

จุดน่าสังเกตกับวิธีการใส่ keyword เหล่านี้คือ
1. ประโยคในภาษาไทยนั้นจะเป็นประโยคยาวๆต่อกัน ดังนั้น การเว้นวรรค ในช่วงคำสำคัญ หรือคำที่เราต้องการจะให้เป็นคีย์เวิร์ดนั้น จะช่วยให้ search อ่านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งคำในภาษาไทยยังมีตัวสระ วรรณยุกต์ ที่อยู่ทั้งด้านล่างและด้านบนตัวอักษร ทำให้ robot อ่านและตีความหมายได้ไม่ดีเท่าภาษาอังกฤษ
2. การนำเอาคีย์เวิร์ด มาใช้ในหน้าเว็บนั้น เราจะเป็นที่จะต้องมองด้วยว่า คีย์เวิร์ด และเนื้อหานั้น เป็นไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ เป็นอันเดียวกันหรือไม่ (แนะนำว่า ควรเป็นไปในแนวเดียวกันหรือเรื่องเดียวกัน)
3. เมื่อผ่านทั้ง 2 ข้อผ่านมาแล้ว เข้าสู่ขั้นสุดท้ายในการใส่คีย์เวิร์ดเหล่านั้นลงไป โดยให้คีย์เวิร์ดกระจายตัวกันอยู่ในส่วนเนื้อหาให้มากที่สุด อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10-20 คำลงไป เว้นวรรคแยกคีย์เวิร์ดเหล่านั้นออกมาสัก 1 เคาะ
4. เช็คเหล่าคีย์เวิร์ดที่มีในหน้าเว็บ ด้วยการทำไฮไลต์ คำสำคัญเหล่านั้น (อาจจะใช้ google toolbar ช่วย)
แล้วตรวจดูการกระจายของคำสำคัญ เหล่านั้นในหน้าเว็บไซต์ หากเห็นว่า ยังติดกันเกินไป ก็ลองปรับ กระจายคำสำคัญให้มากขึ้นอีกนิดหน่อย ก็จะพอช่วยให้ ได้คะแนนดีขึ้นไม่มากก็น้อยทีเดียว

***หมายเหตุ
จริงๆ แล้วนั้น ยังมีในส่วนของ tag title ในหน้าเว็บไซต์อีกด้วย
ที่ควรจะมีคำสำคัญเกาะกลุ่มอยู่ด้วย จะส่งผลให้ได้ผลดียิ่งขึ้น


TAG: , , , , , ,
WEB: http://www.mthai.com/ www.mthai.com/technology

Saturday, December 24, 2005

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #1

ในปัจจุบัน คงต้องยอมรับว่า Google เป็น Search Engine ที่โตไวมาก พัฒนาอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่กี่ปี
และแซงหน้ากินส่วนแบ่งตลาดในการใช้งานของ User ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก มีการ Search นับร้อยล้านครั้งต่อวัน

แล้วเจ้า Google มีความสำคัญอะไร??
จากที่กล่าวไว้แล้วว่า Google มีคนใช้นับร้อยล้านครั้งต่อวัน URL ของเว็บต่างๆ ถูกโชว์ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
และรายชื่อเว็บเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจาก Googlebot ที่ทำหน้าที่วิ่งไปตามลิ้งค์ต่างๆ ทั่วเว็บ ทั่ว cyber ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น การที่ googlebot กว่าจะกลับมาหาเรานั้นย่อมใช้เวลาอยู่ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับปัญจัยที่แตกต่างกันไป
แต่นั่นมิใช่ว่า เราจะต้องรอรอบต่อๆ กับการมาของ googlebot

แล้ว bot จะมาเมื่อไหร่???
Googlebot จะมาเมื่อไหร่นั้น ไม่มีใครบอกได้ แต่จากบทความจาก www.robotstxt.orgและจากที่อื่นๆ อีก มันจะมีปัจจัยสนับสนุนอยู่หลายข้อด้วยกัน

1. Meta tag สำหรับ Robot
2. การอัพเดทข้อมูลภายในหน้าเว็บไซต์ นั้น มากน้อย แค่ไหน
3. ความสม่ำเสมอ ในการอัพเดท
4. Backlink หรือ ลิ้งค์กลับมายังหน้าเว็บนั้น (Google bot ให้ความสำคัญกับ On Way link มากที่สุด)
5. ลักษณะของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์
6.ปัจจัยอื่นๆ เช่น Google Dance, google sand เป็นต้น


มาดูกันที่อันแรก สำหรับเจ้า Robots META tag เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องให้ความสำคัญกันแล้วเพราะว่า เจ้าสิ่งนี้คือเป็นส่งที่จะสื่อสารกับ
robot ที่เข้ามาอ่านหน้าเว็บเราได้ ซึ่งการใช้งานก็จะเหมือนๆ กับการใส่ meta tag ทั่วไป



<meta content="" name="robots">
<meta content="This page ...." name="description">



ส่วน Properties ต่างๆ จะประกอบไปด้วย การใช้งานตามแบบด้านล่างนี้


<meta name="robots" content="index,follow">
<meta name="robots" content="noindex,follow">
<meta name="robots" content="index,nofollow">
<meta name="robots" content="noindex,nofollow">



ความหมายของ index หรือ noindex ก็จะเป็นตามนี้ครับ
The INDEX directive specifies if an indexing robot should index the page.
The FOLLOW directive specifies if a robot is to follow links on the page.
The defaults are INDEX and FOLLOW.
The values ALL and NONE set all directives on or off: ALL=INDEX,FOLLOW and NONE=NOINDEX,NOFOLLOW.

นอกจากนี้ยังมี revisit-after ที่จะเป็นตัวระบุ หรือ อาจจะเรียกได้ว่า ล่อให้เข้า robot ต่างๆ ย้อนกลับมาอีกครั้ง


<meta name="revisit-after" content="2 days" >



นอกจากเจ้า meta tag จะมีผลต่อการเข้ามาแวะเยี่ยมเยียนเว็บเราแล้ว meta tag ยังเป็นคีย์เวิร์ด ที่จะทำให้ robot เข้าใจหน้าเว็บของเรา
อย่างคร่าว แล้วจัดหมดหมู่หน้าเว็บได้อย่างถูกต้อง
ไว้ตอนหน้า จะมากล่าวถึง meta tag เพิ่มเติมอีกตอนหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าจะจบหรือไม่นะครับ



***
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสม กับตัว search engine ต่างๆ เพื่อให้ได้อันดับของผลที่ได้จากการ search อยู่ในอันดับต้นๆ

TAG: , , , , , ,
WEB: http://www.mthai.com/ www.mthai.com/technology

Friday, December 23, 2005

RSS Internet Marketting:: การทำการตลาดด้วยระบบ RSS

สำหรับระบบ RSS นั้น ในปัจจุบันในประเทศไทยเอง ยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเห็นประโยชน์มากนัก เช่นเดียวกับ Webblog หรือ Blog ที่แม้ว่าในประเทศไทยเราเอง จะรู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า มันจะทำการตลาด หรือ ช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร

ก่อนอื่น ว่าด้วยระบบ RSS ก่อน ซึ่งได้กล่าวถึงไปบ้างแล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่หากเรามองถึงประโยขน์ในการตลาดแล้วล่ะก็ มันก็คงไม่ยากเหมือนกัน

ที่ว่าไม่ยากเพราะ หากเราใช้ระบบ Blog หรือเว็บบล็อก ช่วยในการทำเนื้อหาของหน้าเว็บไซต์ เว็บบล็อกโดยส่วนใหญ่ มีระบบ RSS นี้อยู่แล้ว ดังนั้น หากเราทำเนื้อหา หรือแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ย่อมจะมีผู้ที่สนใจ นำข้อความของท่านไปแปะในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ถือเป็นการPR แบบปากต่อปาก เหมือนอย่างที่จะเห็นกระแสในอินเตอร์เน็ตที่ส่งผลหนังอย่างเรื่อง โหมโรง กันไปแล้ว

ดังนั้น อย่าดูถูก การทำตลาดออนไลน์นะครับ

ประเด็นต่อมาคือ หากเนื้อหาที่ถูกนำไปใช้ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดแล้วก็ตาม การลิ้งค์กลับมาย่อมเกิดขึ้น
ผลที่ได้ตามมาติดๆคือ การได้ลิ้งค์กลับมายังบล็อก ที่ทำการค้า ทำให้ผู้ที่คลิกลิ้งค์มานั้น ได้เห็นผลิตภัณฑ์ขอเรามากยิ่งขึ้น

การตลาดย่อมกระจายตัว product จาก 1 เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 ต่อไปเรื่อย

ประโยชน์ของระบบ RSS ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะเพียงแค่เราทำการอัพเดท หรือปรับปรุงบทความเข้าไปใหม่ ระบบ RSS ก็จะส่งข่าวไปยังที่ต่างๆ ที่นำ RSS ของท่านไปติดตั้ง ทันที

ซึ่งจริงๆแล้ว ระบบ RSS มิได้มีเพียงแค่การนำไปแปะในหน้าเว็บเท่านั้น ยังมีโปรแกรมจำพวก RSS Reader อีกจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าเว็บบราวเซอร์ทั้งหลาย ต่างก็สนับสนุน ระบบนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ยกเว้น Internet Explorer 6.0 ลงไปเท่านั้น) ที่จะทำให้ผู้อ่าน หรือผู้สนใจ ที่เก็บ RSS Feed ของคุณไว้
ได้รับข่าวสารใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ทันทีที่คุณอัพเดทเลยทันที

นับว่า เร็วกว่า การที่คุณจะทำ PR ผ่านทางระบบอื่นๆ ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังใช้ทุนต่ำอีกด้วย

นอกจากการนำเสนอ บทความ แนะนำสินค้าแล้ว คุณยังสามารถที่จะทำระบบ RSS ที่เป็นการประชาสัมพันธ์ต่างๆ โปรโมชั่น สินค้าใหม่ รวมทั้ง ราคาสินค้าต่างๆ ได้อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย กับการที่เราจะทำตลาดด้วยระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimized เพื่อการค้นหาที่ดีที่สุดของเว็บของคุณ, ความสม่ำเสมอในการอัพเดท, การสร้างสังคม หรือ Community ภายในเว็บ และที่สำคัญที่สุดคือ

จรรยาบรรณ ในการนำเสนอสื่อของตนที่มีอยู่ จะต้องอยู่ในขอบเขต หรือขอบข่ายที่ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปนัก จุดนี้เองที่เป็นจุดที่สำคัญเช่นกันครับ


TAG: , , , , , ,
WEB: www.mthai.com www.mthai.com/technology

Thursday, December 22, 2005

เริ่มต้นกับสาระวันละนิดวันล่ะหน่อย



นานๆ ทีจะมีสาระซักทีครับ เอาล่ะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว
วันนี้ยกเรื่อง RSS Feed แล้วกันเพราะได้ศึกษา ค้นคว้า บ้าบอ มาหลายวันอยู่ครับ
ก่อนอื่นๆไปทำความรู้จักกับเจ้า RSS นี่เสียก่อน



RSS หรือ Really Simple Syndication เป็นบริการใหม่บนเว็บไซต์ภาษา XML ใช้สำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ โดยนำมาเฉพาะหัวข้อข่าว เมื่อผู้ใช้คลิกลิงค์ก็จะแสดงรายละเอียดข่าวในเว็บต้นฉบับนั้นๆ โดยที่หัวข้อข่าวจะอัปเดทตามเว็บต้นทาง ซึ่งการดึงหัวข้อข่าวไปแสดงนั้นจะมีส่วนประกอบทั้งหมดสามส่วนคือส่วนผู้ให้บริการดึงข่าว และส่วนผู้สร้างเว็บไซต์ใช้ทั่วไปที่ต้องการดึงข่าวไปแสดง และส่วนผู้ใช้ทั่วไป

จุดเด่นของ RSS คือผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อดูว่ามีข้อมูลอัปเดทใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัปเดทไม่เท่ากัน บางครั้งผู้ใช้ยังอาจหลงลืมจนเข้าไปดูเนื้อหาอัปเดทใหม่บนเว็บไม่ครบถ้วน รูปแบบ RSS จะช่วยให้ผู้สามารถรับข่าวสารอัปเดทใหม่ได้โดยไม่ต้องเข้าไปดูทุกครั้งให้เสียเวลา ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์

ท่านสามารถดึงข่าวผ่าน RSS ของเราได้โดยง่ายเพียงนำ Link ของหัวข้อข่าวที่ท่านสนใจไปติดที่เว็บไซต์ของท่าน ผ่านโปรแกรมดึงข่าวต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับ Mambo, PHP-Nuke, Weblog ต่างๆได้ทันที
(อ้างอิงจาก: http://www.thaisarn.com/new/doc/faq_new.php?step=rss_intro )


เอาล่ะ ถามว่า มันเกิดขึ้นมา แล้วมีความสำคัญอย่างไร ?? ทำไมเราจึงต้องสนใจมันด้วยล่ะ ??

ความสำคัญของระบบRSS นั้นน่าจะอยู่ตรงที่เป็นระบบที่พัฒนาขึ้น จะว่าใหม่ ก็คงไม่ เพราะยังคงใช้ภาษา xml เหมือนเดิม
แต่จุดที่น่าจะพลิกผัน อยู่ตรงที่

RSS จะทำให้ระบบข่าวเปลี่ยนไป นั่นคือ
1.คนไม่ต้องหาข่าว แต่ข่าวจะมาหาคน
2.ข่าวจะได้รับการกระจาย หรือ เผยแพร่ มากขึ้น
3.ข่าวจะสามารถอัพเดทได้เร็วขึ้น
4.ผู้คนรับทราบข่าวสารได้เร็วขึ้น
5.ไม่มีแพลตฟอร์ม

นี่น่าจะพอที่จะเป็น จุดที่ทำให้เจ้า RSS เกิดความน่าสนใจขึ้นมาทีเดียวครับ
เอาเป็นว่าวันนี้แค่นี้ก่อนล่ะกันครับ

อ่อ อย่าลืมแวะกันไปที่
www.mthai.com/technology บ้างนะครับ

TAG: , , , , , ,